นัท
นัท อายุ 15 ปี เพศชาย ระดับการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3 เรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิคือสูญเสียมารดา และตนเองประสบกับคลื่นยักษ์โดยตรง นัทได้รับการปรึกษาเชิงจิตวิทยารายบุคคลจำนวน 5 ครั้ง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 – กุมภาพันธ์ 2547 โดยพบกับนักจิตวิทยาสัปดาละ 1 ครั้งๆ ละ 1 ชั่วโมง – 1 ชั่วโมงครึ่ง
การสนทนากันระหว่างนักจิตวิทยากับนัทในครั้งแรกนั้น นักจิตวิทยาพบว่านัทมีสภาพจิตใจที่เปราะบางมาก นัทแสดงออกให้เห็นถึงความเสียใจ (sadness) ความหมดแรง(loss of energy) ในการดำเนินชีวิต ความรู้สึกผิด (guilty) และความสิ้นหวัง(hopelessness)ในชีวิตอนาคต ความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนัทนั้นมาจากการโทษตนเองมาตลอด 1 ปี ว่าตัวนัทเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่ตาย เพราะวันที่เกิดเหตุการณ์สึนามินั้น นัทออกไปตกปลาที่เขาหลัก และแม่ก็ออกไปตามหาทันทีเมื่อทราบข่าวว่ามีคลื่นยักษ์ นัทสามารถหนีคลื่นยักษ์ได้แต่แม่ของนัทหนีไม่ทัน “ถ้าวันนั้นแม่ไม่ออกไปตามหานัท แม่ก็คงไม่ตาย นัททำให้แม่ตาย” นัทพูดด้วยเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาไหลออกมาทีละน้อย ขณะเดียวกันนัทก็พยายามสกัดกั้นอารมณ์ไว้เพื่อให้ตนเองเข้มแข็ง แต่แล้วก็ไม่สามารถต้านทานความโศกเศร้าที่นัทแอบเก็บซ่อนเอาไว้ได้ นักจิตวิทยาได้เอื้ออำนวยให้นัทได้ระบายความรู้สึกที่ต้องเก็บกดไว้ได้ออกมาอย่างอิสระภายใต้บรรยากาศของความอบอุ่น ปลอดภัย จริงใจและการยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไขของนักจิตวิทยาช่วยทำให้นัทได้ปลดปล่อยความรู้สึกต่างๆ ที่ทำร้ายจิตใจนัทให้ได้บรรเทาและผ่อนคลายขึ้น
ครั้งที่สองนัทมาพบกับนักจิตวิทยาด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น โดยก่อนที่จะมาพบกับนักจิตวิทยานั้น นัทไม่สามารถอยู่บ้านคนเดียวในช่วงเย็นได้ คิดถึงแม่ คิดถึงบรรยากาศที่นัทและแม่ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันในบ้านหลังนี้ หลังจากที่พบกับนักจิตวิทยา นัทสามารถอยู่บ้านคนเดียวได้และทำงานบ้านได้มากขึ้น นัทบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้จะระบายความรู้สึกกับใครจนได้มาพบกับนักจิตวิทยา การพบกันครั้งนี้นักจิตวิทยาได้ให้สมุดบันทึกแก่นัท เพื่อให้นัทได้เขียนระบายความรู้สึกที่เกิดขึ้น ขณะที่ไม่ได้พบกับนักจิตวิทยา
ครั้งที่สามนัทเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับนักจิตวิทยาจึงได้เล่าเรื่องราวที่ลึกซึ้งมากขึ้น นัทพูดถึงเหตุการณ์ที่ตนเองประสบกับคลื่นยักษ์โดยตรง และนัทยังคงมีความสะเทือนใจและโทษตนเองอยู่จากการเสียแม่ นักจิตวิทยาให้นัทได้สำรวจถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ จนทำให้นัทเห็นว่าภายใต้ความรู้สึกที่อยู่ลึกๆ นั้น นัทเองก็รู้สึกว่าการตายของแม่นั้นนัทไม่ใช่ต้นเหตุ “นัทก็รู้ว่า แม่ไม่ได้ตายเพราะนัทหรอก” นักจิตวิทยาช่วยยืนยันความรู้สึกนี้อีกครั้ง เพื่อให้นัทมั่นใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นว่าไม่ใช่ความผิดของนัท หลังจากที่นักจิตวิทยาให้นัทได้ยืนยันกับความรู้สึกของตนเองและมีนักจิตวิทยาช่วยยืนยันด้วยทำให้นัทรู้สึกโล่งและเบาใจมาก “นัทสบายใจมาก เมื่อก่อนเหมือนกับแบกอะไรสักอย่างที่หนักมากในใจมาเกือบ 1 ปี แต่ตอนนี้เหมือนได้ทิ้งมันไปแล้ว” นักจิตวิทยาชวนให้นัทได้คิดว่าจะใช้ชีวิตในปัจจุบันอย่างไร เพื่อให้คุ้มค่ากับการเสียสละของแม่ โดยนักจิตวิทยาได้ให้การบ้านนัท โดยให้นัทได้ไปลองวางแผนชีวิตในปัจุบัน และเป้าหมายในอนาคตเพื่อนำมาคุยในครั้งต่อไป
ครั้งที่สี่ นัทมาพร้อมกับแผนในการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน และเป้าหมายในอนาคต นัทและนักจิตวิทยาได้ร่วมกันพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในแผนชีวิต โดยนัทได้ให้ความสำคัญกับการเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยจะเลือกแผนศิลป์ และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการช่วยอาทำงานเพื่อเก็บเงิน นัทมีทิศทางในการดำเนินชีวิตที่ชัดเจนและเห็นคุณค่าของการมีชีวิตมากขึ้น ในครั้งที่ห้า นัทมาพบกับนักจิตวิทยาด้วยรอยยิ้มและมีหน้าตาที่มีความสุข นัทบอกกับนักจิตวิทยาว่าจะใช้ช่วงเวลาปิดเทอมอย่างคุ้มค่าและมีประโยชน์ นัทกลับไปมีชีวิตที่ปกติอีกครั้งกับพ่อและเพื่อนๆ นักจิตวิทยาจึงยุติการให้บริการและจะมีการติดตามผลถึงวิถีชีวิตอีกครั้งในเดือนเมษายนนี้ โดยการไปเยี่ยมบ้านของนัทและพ่อ
